การกันเขตจัดประโยชน์
วัด เป็นสถานที่พำนักของพระภิกษุสงฆ์ สามเณรและนักบวช เป็นที่ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและเป็นส่วนหนึ่งของการสืบทอดพระพุทธศาสนา
มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามรัฐธรรมนูญ มีเจ้าอาวาสเป็นผู้ปกครองดูแลตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑ วัด มีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น อุโบสถ วิหาร เจดีย์ กุฏิ ศาลาการเปรียญศาลาบำเพ็ญกุศล เมรุ และที่ดินของวัด ในที่นี้จะกล่าวเพียงเรื่องที่ดินของวัดเท่านั้นเพราะเป็นปัจจัยสำคัญในการกันเขตจัดประโยชน์ สำหรับการกันเขตจัดประโยชน์ที่สำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติดำเนินการอยู่นี้เป็นการดำเนินการในที่ดินเฉพาะแปลงที่ตั้งวัดเท่านั้น วัตถุประสงค์เพื่อให้การใช้ที่ดินของวัดเกิดประโยชน์ อย่างแท้จริงและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายซึ่งอาจเป็นผลกระทบกับความสง่างามของวัด มหาเถรสมาคมพิจารณาแล้วได้สั่งการให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ดำเนินการกันเขตจัดประโยชน์ตามกรอบที่กำหนดเฉพาะแปลงที่ตั้งวัด และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้มอบให้กองพุทธศาสนสถาน โดยให้ฝ่ายออกแบบและก่อสร้าง เป็นผู้รวบรวมข้อมูลเอกสารและตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของรายละเอียดตามที่กำหนดก่อนนำเสนอคณะกรรมการพิจารณางบประมาณศาสนสมบัติกลางประจำ (พศป.) เมื่อพิจารณาความถูกต้องครบถ้วน แล้วจะนำเสนอสำนักงานศาสนสมบัติ ซึ่งทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการพิจารณางบประมาณศาสนสมบัติ กลางประจำ (พศป.) นำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณางบประมาณศาสนสมบัติกลางประจำ (พศป.) พิจารณาให้ความเห็นชอบและเสนอเรื่องให้คณะกรรมการมหาเถรสมาคมพิจารณาความเหมาะสมและมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการ สำนักงานศาสนสนสมบัติจะรวบรวมรายละเอียดทั้งหมดเสนอจังหวัด เพื่อแจ้งให้วัดที่ขอกันเขตจัดประโยชน์ดำเนินการจัดทำสัญญาเช่าต่อไป
ในการนี้กองพุทธศาสนสถาน โดยฝ่ายออกแบบและก่อสร้างจึงได้จัดทำคู่มือการกันเขตจัดประโยชน์โดยยึดกรอบตามที่มหาเถรสมาคมสั่งการ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานการจัดประโยชน์ให้สำเร็จลุล่วงตามความประสงค์ต่อไป
ขั้นตอนการกันเขตจัดประโยชน์
1. วัดทำหนังสือขอความเห็นชอบตามลำดับชั้น (อาจมีหนังสือผู้ขอใช้ที่ที่ดินประกอบด้วย)
2. วัดทำหนังสือถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด โดยแนบหลักฐาน

***หากมีข้อสงสัยสามารถโทรติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์โทร 045-344-593